เริ่มต้น

เรียนภาษาอังกฤษจากสิ่งที่ชอบ: หนังสือ YouTube และซีรีส์

ทำไมการเรียนภาษาอังกฤษจากหนังสือ YouTube และซีรีส์ที่ชอบจึงได้ผล วิธีเลือกสื่อที่เหมาะ และกิจวัตรง่าย ๆ ในการค้นศัพท์ในบริบทและเก็บคำไว้

สรุปสั้น ๆ

  • ให้เนื้อหาภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ที่คุณรับเข้ามา เป็นสิ่งที่เลือกเพราะชอบ เช่น นิยาย ช่อง YouTube ซีรีส์ หรือพอดแคสต์
  • เลือกสื่อที่ตามได้เกือบทั้งหมดโดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรม และค้นเฉพาะคำที่ขวางความเข้าใจ
  • ใช้วิธีค้นศัพท์ที่อยู่บนหน้าเดิม และอธิบายความหมายในประโยคนั้นด้วยภาษาอังกฤษง่าย ๆ
  • บันทึกคำพร้อมประโยคที่เจอ และทบทวนในบริบทนั้น
ดูให้เข้าใจใน 26 วินาทีอ่านนิยายหรือดูวิดีโอ แตะคำใดก็ได้ แล้วบันทึกไว้พร้อมประโยคดูบน Instagram ↗

ถ้าภาษาอังกฤษสำหรับคุณเคยหมายถึงตำราเรียน รายการคำศัพท์ และการเริ่มต้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยังมีอีกทางหนึ่ง นั่นคือเรียนภาษาอังกฤษจากสิ่งที่คุณชอบ เลือกนิยาย ช่อง YouTube หรือซีรีส์ที่ต่อให้เป็นภาษาแม่ คุณก็อยากดูให้จบ แล้วปล่อยให้ภาษาอังกฤษติดตามมาด้วยกัน

วิธีนี้ไม่ได้ข้ามความพยายาม แต่ทำให้ความพยายามมีเหตุผล คุณค้นศัพท์เพราะอยากรู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น และคำที่คุณเก็บไว้ก็มาพร้อมฉากที่คุณจำได้

“เรียนภาษาอังกฤษจากสิ่งที่ชอบ” หมายความว่าอย่างไร?

หมายถึงให้เนื้อหาภาษาอังกฤษหลักที่คุณรับเข้ามา เป็นสิ่งที่คุณเลือกเพราะสนใจ ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะเข้ากับบทเรียน ช่องสอนทำอาหาร นิยายลึกลับ พอดแคสต์เรื่องฟุตบอล หรือเว็บข่าวที่คุณอ่านอยู่แล้ว ถ้าเป็นภาษาอังกฤษและคุณใส่ใจ ก็ใช้เป็นสื่อการเรียนได้

คอร์สเรียนและไวยากรณ์ยังมีประโยชน์ ความต่างอยู่ที่เวลาส่วนใหญ่ของคุณไปอยู่ตรงไหน เมื่อเวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับเรื่องราวและหัวข้อที่คุณชอบ การทำต่อเนื่องเป็นเดือน ๆ ก็ง่ายขึ้นมาก และการรับภาษาอย่างสม่ำเสมอหลายเดือนนี่เองที่พาคุณก้าวหน้า

ทำไมได้ผลกว่าการท่องศัพท์และทำแบบฝึกหัด

การเรียนที่เริ่มจากความสนใจได้ผลเพราะสามเหตุผล

ข้อแรก คุณได้เจอคำในบริบท คำที่อยู่ในประโยคมีเบาะแสมาด้วย ใครเป็นคนพูด เพิ่งเกิดอะไรขึ้น น้ำเสียงเป็นอย่างไร ทำให้เดาความหมายได้ง่ายขึ้นและจำได้ง่ายขึ้น

ข้อสอง คุณได้เจอคำเดิมซ้ำ ซีรีส์ นิยายเรื่องยาว หรือช่องที่ชอบดู จะใช้คำศัพท์ซ้ำ ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ทุกครั้งที่เห็นคำนั้นในประโยคใหม่ ความเข้าใจของคุณก็จะชัดขึ้น

ข้อสาม คุณจะทำต่อไปได้ ในที่นี้แรงจูงใจไม่ใช่ของแถม แต่เป็นเครื่องยนต์ ถ้าคุณรอคอยบทต่อไปหรือตอนต่อไป คุณจะใช้เวลากับมันมากกว่าแบบฝึกหัดที่คุณไม่อยากทำเสียอีก

วิธีเลือกหนังสือ วิดีโอ หรือช่องที่เหมาะ

ใช้การทดสอบง่าย ๆ คุณตามใจความหลักได้ไหมโดยไม่ต้องค้นอะไรเลย ถ้าเข้าใจหน้าหนึ่งหรือฉากหนึ่งได้เกือบทั้งหมด ก็เป็นตัวเลือกที่ดี ถ้าหลงทุกสองสามบรรทัด เก็บไว้ก่อนแล้วเลือกสิ่งที่ง่ายขึ้นอีกนิด

เริ่มจากสิ่งที่ใกล้ตัว หัวข้อที่คุณรู้อยู่แล้วในภาษาแม่จะง่ายขึ้นเมื่อเป็นภาษาอังกฤษ เพราะความรู้พื้นฐานช่วยเติมช่องว่าง เนื้อหาที่ทำมาสำหรับคนทั่วไป เช่น vlog บทสัมภาษณ์ วิดีโออธิบายความรู้ และนิยายยอดนิยม มักง่ายกว่าเนื้อหาเฉพาะทาง

ให้โอกาสตัวเลือกใหม่แต่ละอย่างอย่างยุติธรรม เช่น สิบหน้าหรือสองวิดีโอ ถ้ายังสนุกก็ไปต่อ ถ้ารู้สึกเหมือนทำการบ้านก็เปลี่ยน ไม่มีรางวัลให้กับการฝืนทำสิ่งที่ไม่ชอบจนจบ

เรียนภาษาอังกฤษจากหนังสือ

หนังสือให้เวลาคุณ คุณอ่านประโยคซ้ำได้ หยุดคิดที่วลีหนึ่งได้ และไปตามจังหวะของตัวเอง นิยายคลาสสิก นิยายร่วมสมัย หรือสารคดีในเรื่องที่คุณรัก ใช้ได้ทั้งหมด ขอแค่ภาษาอยู่ในระดับที่คุณเอื้อมถึง

หนังสือเก่ามักทำให้แปลกใจด้วยคำคุ้นตาที่ใช้ในความหมายไม่คุ้นเคย ลองดูประโยคเปิดของนิยายชื่อดังเรื่องหนึ่ง

It is a truth universally acknowledged, that a single man in possession of a good fortune, must be in want of a wife.

ในที่นี้ in want of ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องการภรรยา แต่หมายถึงเขายังขาดภรรยา ผู้คนจึงคิดเอาว่าเขาต้องมีภรรยา รายการในพจนานุกรมที่มีความหมายมากมายไม่ได้บอกว่าความหมายไหนใช้ได้ แต่ประโยคบอกได้

อ่านเพิ่มเติมเรื่องการเลือกหนังสือและการตัดสินใจว่าจะค้นคำไหน ได้ที่ วิธีอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ

เรียนภาษาอังกฤษจาก YouTube และวิดีโอ

วิดีโอเพิ่มเสียง สีหน้า และสถานการณ์จริงเข้ามา คุณได้ยินว่าคำต่าง ๆ ออกเสียงจริงอย่างไร ผู้คนเว้นจังหวะตรงไหน และน้ำเสียงเปลี่ยนความหมายอย่างไร

ช่วงแรกให้ดูพร้อมซับไตเติลภาษาอังกฤษ ซับไตเติลช่วยเชื่อมสิ่งที่ได้ยินกับสิ่งที่อ่าน เมื่อเจอประโยคที่สะดุดใจ ให้หยุด ย้อนดู แล้วอ่านอีกครั้ง หลังจากนั้นลองดูช่วงสั้น ๆ โดยไม่เปิดซับไตเติล แล้วดูว่าตามได้แค่ไหน

วิดีโอสั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี วิดีโอสิบนาทีที่ดูอย่างตั้งใจและหยุดเป็นระยะ อาจสอนคุณได้มากกว่าภาพยนตร์ทั้งเรื่องที่ดูแบบผ่าน ๆ ถ้าอยากฝึกหูเพิ่ม ดู วิธีฝึกฟังภาษาอังกฤษ

ค้นศัพท์โดยไม่ต้องออกจากเรื่อง

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเรียนจากเนื้อหาจริง คือการค้นศัพท์เอง คุณหยุด เปิดแอปอื่น เลื่อนดูความหมายสิบข้อ กลับมาแล้วลืมว่าอ่านถึงไหน ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยเกินไป เรื่องราวก็ไม่สนุกอีกต่อไป

การค้นศัพท์ที่ดีกว่ามีสามคุณสมบัติ อยู่บนหน้าเดิม อธิบายคำด้วยภาษาอังกฤษง่าย ๆ และอธิบายความหมายที่ใช้ในประโยคนี้ ลองดูประโยคนี้จากนิยายสืบสวน

Ruth Kettering flushed angrily.

flush มีหลายความหมาย แต่ในที่นี้หมายถึงหน้าของเธอแดงขึ้นเพราะอารมณ์รุนแรง ความหมายเดียวนั้นคือทั้งหมดที่คุณต้องใช้เพื่ออ่านต่อ

DexSpeak ทำงานแบบนี้ นำเข้าหนังสือ EPUB บทความบนเว็บ หรือวิดีโอ YouTube ที่มีซับไตเติล แตะคำหรือวลีใดก็ได้ แล้วรับคำอธิบายสั้น ๆ เป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ ที่ตรงกับประโยคนั้นพอดี ภาษาแม่ของคุณพร้อมให้ใช้เมื่อต้องการ แต่เป้าหมายคือเข้าใจภาษาอังกฤษผ่านภาษาอังกฤษ แตะรูปหัวใจเพื่อบันทึกคำ แล้วคำนั้นจะถูกเก็บไว้พร้อมกับประโยคที่คุณเจอ ดูการทำงานจริงได้ในวิดีโอ 26 วินาทีบนหน้านี้

กิจวัตรง่าย ๆ 20 นาที

คุณไม่จำเป็นต้องเรียนนาน ลองแบบนี้

  1. ใช้เวลา 15 นาทีอ่านหรือดูสิ่งที่คุณเลือกเอง ค้นเฉพาะคำที่ขวางความเข้าใจ
  2. ใช้เวลา 3 นาทีทบทวนคำที่บันทึกไว้วันนี้ แต่ละคำพร้อมประโยคต้นฉบับ
  3. ใช้เวลา 2 นาทีแต่งประโยคของตัวเองหนึ่งประโยคด้วยคำใดคำหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น หลังจากเจอ flushed ในเรื่อง คุณอาจเขียนว่า

She flushed when everyone turned to look at her.

แค่นั้นก็พอ วันละ 20 นาทีกับเนื้อหาที่คุณชอบ สะสมได้เร็วกว่าหนึ่งชั่วโมงที่คุณเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ

เก็บคำที่บันทึกไว้ และทบทวนในบริบท

คำที่บันทึกไว้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อคุณได้เห็นมันอีกครั้ง ทบทวนพร้อมประโยคต้นฉบับ แทนที่จะดูแค่คำเดี่ยว ๆ กับคำแปล ประโยคพาฉากกลับมา และฉากพาความหมายกลับมา

ทำรายการให้สั้นเข้าไว้ บันทึกเฉพาะคำที่ขวางความเข้าใจหรือคำที่คุณอยากใช้เอง ที่เหลือปล่อยไป อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสัยนี้ได้ที่ วิธีจำศัพท์จากบริบท

สื่อที่ดีที่สุดสำหรับเรียนภาษาอังกฤษ คือสื่อที่คุณจะกลับมาหาจริง ๆ ในวันพรุ่งนี้ เริ่มจากสิ่งหนึ่งที่คุณรัก แล้วปล่อยให้ภาษาอังกฤษเติบโตจากตรงนั้น

คำถามที่พบบ่อย

ดู YouTube แล้วเรียนภาษาอังกฤษได้จริงไหม?

ได้ ถ้าดูอย่างตั้งใจ เลือกวิดีโอที่ตามได้เกือบทั้งหมด ช่วงแรกเปิดซับไตเติลภาษาอังกฤษ ย้อนดูประโยคที่สะดุดใจ และค้นคำที่ขวางความเข้าใจ การดูแบบผ่าน ๆ ช่วยได้น้อยกว่าการดูอย่างตั้งใจสิบนาที

ต้องมีระดับภาษาแค่ไหนถึงจะเรียนจากหนังสือและวิดีโอได้?

ได้ผลดีที่สุดเมื่อมีพื้นฐานแล้ว ประมาณระดับกลาง (ราว B1) ที่ตามใจความหลักของสิ่งที่อ่านหรือดูได้ ผู้เริ่มต้นเริ่มจากสื่อที่ง่ายมากซึ่งทำมาสำหรับผู้เรียนได้

ต้องค้นทุกคำที่ไม่รู้ไหม?

ไม่ต้อง ค้นคำที่ทำให้คุณไม่เข้าใจประโยคหรือฉากนั้น และคำที่คุณอยากใช้เอง ที่เหลือข้ามไปแล้วอ่านต่อ หลายคำจะชัดขึ้นเองจากบริบท

ควรดูพร้อมซับไตเติลภาษาอังกฤษหรือภาษาแม่?

ซับไตเติลภาษาอังกฤษมักมีประโยชน์กว่า เพราะเชื่อมสิ่งที่ได้ยินกับสิ่งที่อ่าน ภาษาแม่ช่วยได้ในฉากที่ยาก แต่ให้ใช้เป็นตัวช่วยสำรอง ไม่ใช่ตัวหลัก

DexSpeak ช่วยให้เรียนภาษาอังกฤษจากสิ่งที่ชอบได้อย่างไร?

DexSpeak ให้คุณนำเข้าหนังสือ EPUB บทความบนเว็บ และวิดีโอ YouTube ที่มีซับไตเติล แตะคำหรือวลีใดก็ได้เพื่อรับคำอธิบายสั้น ๆ เป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ ถึงความหมายในประโยคนั้น แล้วบันทึกไว้พร้อมประโยคเพื่อทบทวน ใช้ได้บน iPhone, iPad, Android และเว็บ และเริ่มใช้ได้ฟรี